น้ำตกหมูย่าง

  "น้ำตกหมูย่าง" มีกลาดเกลื่อน ขายกันทั่วบ้านทั่วเมือง  "น้ำตกหมูย่าง"  เป็นที่ถูกใจของนักกินและนักชิม แต่หาร้านที่อร่อยถูกใจแบบติดอกติดใจมันหายากเหลือเกิน วันนี้เลยถือโอกาศทำกินเองซะเลย ไปดูและทำกันครับว่าจะแซบถูกใจกันหรือเปล่า

ส่วนประกอบทำน้ำตกหมูย่าง

หมักคอหมู



คอหมู                                  500       กรัม
ซีอิ๊วขาว                                2          ชต.
ซอสหอยนางรม                   1          ชต.
พริกไทยป่น                          1          ชช.
เกลือป่น                                1          ชช.
ผงฟู                                       1          ชช.
นมข้นจืด                               2          ชต.
รากผักชีทุบแตกๆ                3          ราก


ปรุงน้ำตกหมูย่าง



น้ำปลาแท้                             1         ชต.
น้ำมะนาว                               2         ชต.
ผงปรุงรส                               2         ชช.
พริกป่น                                 1           ชต.
ข้าวขั้ว                                  2            ชต.พริกขี้หนูซอย                      10        เม็ด
ผักชีซอย                             3           ต้น
หอมแดงซอย                     4-5        หัว
ผักชีฝรั่งซอย                      2-3        ต้น
ใบสะระแหน่                        1           กำ
ใบมะกรูดซอยฝอย             3-4      ใบ
พริกทอด                              5-6     เม็ด

วิธีการปรุง น้ำตกหมูย่าง



1. หมักสันคอหมู โดย ล้างเนื้อหมูให้สะอาด แล่เป็นชิ้นสำหรับย่าง นำไปผึ่งให้สเด็ดน้ำ แล้วจึงนำไปหมัก
2. นำหมูใส่ชามใบใหญ่ แล้วใส่ส่วนผสมในการหมัก คลุกเคล้า กับเนื้อหมูแล้วปล่อยทิ้งไว้  30 นาที
3. ก่อไฟ เพื่อย่างหมู ใช้ไฟอ่อนๆในการย่าง ย่างให้สุกไม่ต้องไหม้
4. หั่นเนื้อหมูสำหรับทำน้ำตกหมูย่าง เป็นชิ้นพอคำ
5. นำเนื้อหมูที่หั่นไว้ใส่ชามสำหับปรุง แล้วใส่เครื่องปรุงแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมและเติมให้รสชาดที่ชอบ พร้อมเสิร์ฟ ในการเสิร์ฟ โรยด้วยพริกทอดและสะระแหน่ กินพร้อมผักแกล้ม





By  http://thaifoodsbabe.blogspot.com/

แกงพะแนงเนื้อ



อาหารที่ทานได้ทั้งข้าวสวย และขนมจีน อีกหนึ่งรายการที่นิยมทานกันคือ "แกงพะแนง" ครั้งนี้เราจะทำ แกงแพนงเนื้อ สำหรับท่านที่ไม่กินเนื้อ ก็เป็นเนื้อสัตว์อย่างอื่นไปก็ได้ครับ  แต่พอดีไปได้เนื้อติดมัน สวยๆน่าทานมาเลย ใช้เป็นเนื้อครับ แกงแพนงเนื้อ ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก ทานกับ ขนมจีนหรือข้าวสวย เสิร์ฟพร้อมไข่ต้มยางมะตูม รับรองอร่อยไม่ต้องอธิบายเลยครับ ไปดูว่า แกงแพนงเนื้อ จะง่าย และอร่อยได้ขนาดไหน

ส่วนประกอบทำ แกงพะแนงเนื้อ





เนื้อวัว 400 กรัม (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)

น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

กะทิ 150 กรัม

น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

ใบโหระพา 10 ใบ

พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด (หั่นตามแนวขวาง)

ใบมะกรูด 3 ใบ (ซอยละเอียด)



วิธีการปรุง แกงพะแนงเนื้อ

1. ตั้งกะทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ ปล่อยให้ร้อน แล้วนำเครื่องแกงไปผัดกับน้ำมันประมาณ 1 นาที อย่าให้ไหม้ จากนั้นจึงใส่กระทิลงไปและเคี่ยวต่อไปจนเดือด

2. ใส่เนื้อวัว ลงผัด  แล้วจึงปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลา
 

3. เมื่อเนื้อสุกดีแล้ว จึงใส่ใบโหระพา, พริกและใบมะกรูด คนต่อไปอีกสักพัก ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ






By  http://thaifoodsbabe.blogspot.com/

ยำรวมมิตรทะเล




วันนี้ท้องฟ้า และอากาศสดใส ไปเดินเที่ยวตลาดสดของหมู่บ้านในตอนเช้ามาครับ มีอาหารทะเลมาขาย เลยจะทำยำรสแซบสักหน่อย วันนี้เราจะทำ "ยำรวมมิตรทะเล" ครับ ไปดูกันว่า ยำรวมมิตรทะเล รสแซบจัดจ้านแค่ไหน ไปดูกันเลย

ส่วนประกอบทำ  ยำรวมมิตรทะเล








สำหรับ 2 ท่าน
   
เนื้อปลาลวก                50    กรัม
    

กุ้งลวก                          5      ตัว
    

ปลาหมึกหั่นลวก           3      ตัว
    

หอยแมลงภู่                 5     ตัว



ลูกชิ้นปลา                   5      ลูก
    

หอมใหญ่                    ½      ลูก
    

มะเขือเทศ                   1       ลูก
    

ขึ้นฉ่าย                       1       ต้น

ตะไคร้หั่นแว่น               1       ต้น
    
น้ำปลา                       2       ช้อนโต๊ะ
    

น้ำตาลทราย                ½      ช้อนโต๊ะ
    

น้ำมะนาว                    2       ช้อนโต๊ะ

ซอสพริกม้าบิน             1       ช้อนโต๊ะ

ผงปรุงรส                    1      ช้อนชา
    

พริกขี้หนูสับ(ชอบเผ็ดก็จัดเยอะๆ)         2       ช้อนโต๊ะ
    

กระเทียมสับ                 ½      ช้อนโต๊ะ


วิธีปรุง ยำรวมมิตรทะเล

1. ตั้งน้ำลวกเนื้อสัตว์ ทั้งหมดก่อนครับ โดยตั้งน้ำให้เดือด ใส่เกลือนิดหน่อย  นำเนื้อปลาลวกก่อน เอาพอสุก อย่าปล่อยไว้นาน นำไปแช่น้ำเย็น แล้วพักไว้ให้น้ำเสด็ด ตามมาด้วย ลูกชิ้นปลา ปลาหมึก กุ้ง และหอย ตามลำดับ ทำเหมือนลวกเนื้อปลา แล้วพักไว้ครับ

2. เตรียมน้ำยำ นำเครื่องปรุงทุกอย่างคลุกเคล้ารวมกัน ขาดรสที่ชอบก็เพิ่มเติมลงไปให้รสชาดจัดจ้านขึ้นครับ แล้วนำเนื้อสัตว์ทั้งหมดที่พักไว้ นำมาคลุกรวมกับน้ำยำ เสร็จแล้ว ตักเสิร์ฟ

ทดลองทำ ยำรวมมิตรทะเล ทานกันดูนะครับ ดูสิว่าอร่อยแค่ไหน




By http://thaifoodsbabe.blogspot.com/

ข้าวผัดทะเลต้มยำ



วันนี้นึกอยากกินกุ้งกับปลาหมึก เลยทำข้าวผัด ดีกว่าครับ แต่นึกไปนึกมา อยากได้รสชาดที่เจ็บจี๊ดหน่อย ก็เลยมาจบที่ "ข้าวผัดทะเลต้มยำ" ทำง่ายไม่ยาก ได้กินเป็นข้าวผัดจานเดียว แถมรสชาด เด็ดโดนใจ ไปดูกันครับ ข้าวผัดทะเลต้มยำ ทำง่าย ได้รสถูกใจทำยังงัย

ส่วนประกอบทำ  ข้าวผัดทะเลต้มยำ สำหรับ 2 ที่









- ข้าวสวย      2  ถ้วย

- กุ้งสด แกะเปลือกลวก  4 ตัว

- ปลาหมึกลวก        2  ตัว

- พริกขี้หนูบุป ตามใจชอบเผ็ดใส่เยอะ

- ข่าอ่อน  5  แว่น

- ตะไคร้  หั่นเฉียง  1 ต้น

- ใบมะกรูด  3 ใบ

- เกลือ  1  ช้อนชา

- น้ำปลา 1 ช้อนชา

- ซิอิ้วชาว   1  ช้อนชา

- ซอสหอยนางรม  1  ช้อนชา

- ผงปรุงรส 1 ช้อนชา

- น้ำมะนาว 2 ช้อนชา 

- ผักชีหั่น ผักชีฝรั่งหั่น อย่างละ   1 ต้น

- แตงกวา

- มะนาว  

วิธีการปรุง ข้าวผัดทะเลต้มยำ

1. ต้มน้ำลวกปลาหมึกและกุ้ง  โดย นำหม้อใส่น้ำตั้งแรงให้เดือด ใส่เกลือ  แล้วนำปลาหมึก ลงลวก เอาพอสุก นำขึ้นแช่น้ำเย็น  แล้วเอากุ้งลงลวก ให้พอสุก นำขึ้นแช่น้ำเย็น  แล้วพักไว้ให้เสด็จน้ำ

2. นำกะทะตั้งไฟ แรงปานกลาง ใส่น้ำมัน  ปล่อยให้นำ้มันร้อน แล้วนำ ปลาหมึก กุ้ง ที่พักไว้ ลงผัด ตามด้วย ข่า ตะไคร้ พริกขี้หนู แล้วนำข้าวสวยลงไปผัด ใส่เครื่องปรุงที่มีลงไป ผัดให้เข้ากัน  ผัดด้วยไฟปานกลาง อย่าให้ข้าวแฉะ เริ่มได้ที่ นำใบมะกรูด ผักชีหั่น ลงไปผัดให้สลบ แล้วนำขึ้นเสริฟ พร้อมแตงกวาและมะนาว





By  http://thaifoodsbabe.blogspot.com/

ต้มยำขาไก่



ไก่เอามาทำอาหารได้เยอะแยะมากมาย แต่ที่อร่อยจริงๆมีไม่กี่ส่วนเลยที่ใช้ทำแล้วอร่อยแบบไม่รู้ลืม วันนี้จะเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เอาชิ้นส่วนไก่มาทำแล้ว ติดใจในรสชาดแบบไม่ลืมเลยทีเดียว "ต้มยำขาไก่" ขาไก่เคี่ยวนาน2-3 ชั่วโมงด้วยไฟอ่อนๆ รับรองได้ว่าคนที่ลิ้มลองแล้วติดใจทุกรายเลยเชียว กรรมวิธีการทำก็ไม่ยุ่ง ยากอย่างที่คิด แต่ต้องใช้ความใจเย็นเป็นทุนหลักในการทำ ไปดูกันว่า ง่ายดายแค่ไหน

ส่วนประกอบทำ  ต้มยำขาไก่

 

- ขา(ตีน)ไก่ สับเล็บออก 1 กก.

- รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

- ข่าแก่หั่นแว่น 5 แว่น


- ตะไคร้ หั่นเฉียง 2 ต้น

- ใบมะกูด  7 ใบ

- ขิงแก่ หั่นแว่น 5 แว่น

- เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ


- ซิอิ้วขาว  1 ช้อนโต๊ะ

- น้ำปลา 


- น้ำมะนาว

- ใบผักชีหั่นหยาบ 


- ใบผักชีฝรั่งหั่นหยาบ

- พริกขี้หนูทุบ


- พริกแห้งทอด

วิธีการปรุง ต้มยำขาไก่


1. ก่อนอื่นต้องต้มตีนไก่ไว้ก่อนนะครับ โดย นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟแรงให้เดือด ใส่เกลือ 2ช้อนโต๊ะ ซิอิ้วขาว ขิงแก่ หั่นแว่น 5 แว่น แล้วนำตีนไก่ที่ล้างทำความสะอาด ตัดเล็บออกแล้ว นำมาลงต้ม ใช้ไฟแรงต้มให้เดือดสัก 5 นาที แล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ตักฟองออกเรื่อยๆ แล้วปิดฝาหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ไฟเรื่อยๆสัก 1ชั่วโมง ถึง 2 ชั่วโมง จนเปื่อย นิ่มได้ที่ตามต้องการ ตัก ตีนไก่ออกแช่น้ำเย็น แล้วนำขึ้นพักไว้

2. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่เครื่องต้มยำที่มีลงไป  รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ  ข่าแก่หั่นแว่น 5 แว่น ตะไคร้ หั่นเฉียง 2 ต้น ใบมะกูด  7 ใบ  เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ  เมื่อเดือด นำตีนไก้ที่พักไว้ ลงมาต้ม จนเดือด แล้วปรุงรส ด้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ  น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ  พริกขี้หนูทุบ รสชาดให้ออกตามชอบ ถ้าต้องการเป็นน้ำข้น ก็ใส่ น้ำพริกเผา และนมสด ลงไป เมื่อรสชาติได้ที่ ตักใส่ชาม โรยด้วย ใบผักชีฝรั่งหั่นหยาบ ใบผักชีหั่นหยาบ พริกแห้งทอด



By  http://thaifoodsbabe.blogspot.com/ 

มาม่าผัดขี้เมาทะเล



หลายคนชอบกินมาม่าผัด แต่จะให้ถึงพริกถึงขิงรสแซบละก็ "มาม่าผัดขี้เมาทะเล" เป็นคำตอบที่หลายๆคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "แซบมว๊าก" แต่ถ้าใครไม่กินเผ็ดละก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก วันนี้จะแนะนำการทำ มาม่าผัดขี้เมาทะเล ที่แซบเวอร์ ให้ได้ไปทดลองทำ ลิ้มลองรสชาดแซบๆกัน แต่ขอใช้ ไวไว เป็นพระเอกแล้วกัน อร่อยกว่านะผมว่า

ส่วนประกอบทำ มาม่าผัดขี้เมาทะเล








มาม่า (เรียกมาม่าแต่ใช้ ไวไว ทำมัยไม่เรียก ไวไวผัดขี้เมาทะเล555)     2      ซอง
กุ้งขาวแกะเปลือก                                                                                       4-5   ตัว (อย่าใส่เยอะ แพง)
ปลาหมึกหั่นเป็นห่วง (ตามชอบ)
หอยแมลงภู่ลวกสุก (นิวซีแลนด์จะน่ากินมั๊ก)                                             4-5   ตัว
พริกกับกระเทียมสับละเอียดรวมกัน  (ขอบเผ็ดก็ใส่พริกเยอะๆ)                  ½    ช.ต.
พริกสดสีต่างๆหั่น                                                                                       3-4   เม็ด
แครอท (เพิ่มสีสันใช้นิดหน่อย)
ข้าวโพดอ่อน (หั่นท่อนเล็กๆ)                                                                    2     ฝัก 
ก้านคะน้าหั่นแว่น  (ตามใจชอบ)
ใบมะกรูดฉีก                                                                                              2     ใบ
กระเพา                                                                                                      1      กำมือ
ซิอิ้วขาว                                                                                                    1      ช.ต.
น้ำตาล                                                                                                      1 ½   ช.ต. 
ซอสหอยนางรม                                                                                        1       ช.ต.
ผงปรุงรส                                                                                                  2       ช.ช.


วิธีการปรุง มาม่าผัดขี้เมาทะเล

- ลวกเส้นบะหมี่ไวไวในน้ำเดือดตักขึ้นผ่านน้ำเย็น ใสตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
- นำกะทะใส่น้ำมันยกขึ้นตั้งไฟให้ร้อน ใส่พริกกับกระเทียมที่ตำไว้ลงไปผัด ผัดให้ฉุน (ไม่ใช่ค่ะผัดให้หอม แล้วห้ามจามใส่กระทะนะคะ) - ใส่ กุ้ง ปลาหมึก ลงไปผัด ตามด้วย แครอท ข้าวโพดอ่อน คะน้า ผัดให้เข้ากัน - ใส่เส้นบะหมี่ลวกตามลงไป ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว ซอสหอยนางรม ผงปรุงรส และน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน - ใส่พริกสด สีสัน ต่างๆ ใบกระเพาลงไป ผัดอีกซักครู่ชิมรสตามชอบ ได้ที่แล้วปิดไฟตักใส่จานทานกันได้เลย


ลองทำทานดูนะครับ  มาม่าผัดขี้เมาทะเล

By   http://thaifoodsbabe.blogspot.com/ 

ข้าวคลุกกะปิ



น้ำพริกกะปิเหลือแล้วนำมาทำอาหารจานเดียวได้อร่อยอย่าบอกใคร เป็นอาหารแบบไทยๆที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ของคนโบราญ ที่เสียดายของถ้าหากจะทิ้งไปเสีย เลยลองนำกลับมาประยุกต์ใหม่ เราจะทำข้าวคลุกกะปิกันครับ ไปดูว่ามีอะไร แล้วทำยังงัยบ้าง

ส่วนประกอบทำข้าวคลุกกะปิ

ข้าวสวย          2 ถ้วย
กะปิ               1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ       1 ช้อนโต๊ะ
ซีิอิ้วขาว         1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ     1 ช้อนโต๊ะ

ไข่เค็ม
ไข่เจียวซอย
กุนเชียงทอด
หมูหวาน
กุ้งแห้งทอด
มะม่วงเปรี้ยวซอย
หอมแดงซอย
แตงกวาฝาน

ถั่วฝักยาวซอย
พริกขี้หนูซอย



 

วิธีทำข้าวคลุกกะปิ

- นำกระทะตั้งไฟกลางถึงอ่อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย ซีอิ้วขาว น้ำตาลปี๊บและกะปิลงไป ผัดให้กะปิละลายเข้ากันดีกับเครื่องปรุงอื่นๆ จากนั้นตักข้าวสวยใส่ลงไป ผัดให้ข้าวสวยคลุกเคล้ากับกะปิจนทั่ว ยกออกพักไว้ก่อน


- นำกระทะอีกใบใส่น้ำมันขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้หอม เทข้าวที่คลุกกับกะปิไว้ลงไปผัดกับกระเทียม พอผัดเสร็จแล้วก็ตักใส่ชามพักไว้




 - ไข่เจียวซอย นำไข่ไก่ 1 ฟอง มาตอกใส่ถ้วย ตีไข่แหลก นำไปทอดในกระทะแบน กรอกไข่ให้ไหลไปมาให้ทั่วก้นกระทะ ทอดให้แค่พอเหลือง ตักขึ้นม้วน แล้วซอยเป็นเส้นเล็กๆ เตรียมไว้






- กุ้งแห้งให้ใช้กุ้งเนื้อตัวใหญ่นิดนึง ไปแช่น้ำให้นิ่ม ซาวขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ เสร็จแล้วนำไปทอดให้เหลืองกรอบ แล้วตักพักไว้





- นำกุนเชียงแค่ครึ่งแท่งมาต้มในน้ำเดือดจัดซัก 7-8 นาที ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันใช้ไฟอ่อนสุด ทอดจนผิวกุนเชียงสุกเกรียม(แต่ต้องไม่ดำ) คีบกุนเชียงออกมาซับกับกระดาษ แล้วหั่นเฉียงๆ บางๆ เตรียมไว้





- หมูหวานใช้หมูสามชั้น มาหั่นเป็นชิ้นบางพอประมาณ ใส่ลงไปในหม้อใส่น้ำยกขึ้นตั้งไฟ ต้มจนหมูสุก ใส่ซีอิ้วขาว ซีอิ้วหวาน น้ำตาลปี๊บ และผงปรุงรสเล็กน้อย เคี่ยวจนหมูนุ่มจากนั้นใส่หอมแดงเจียวลงไป รอจนน้ำงวดปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้


จัดใส่จานพร้อมเสริฟ 




พืชผักสวนครัว



ผัก 

เป็นผลิตผลพืชสวน โดยส่วนมากจะเป็นพืชล้มลุก มีไม่กี่ชนิดที่เป็นพืชยืนต้นและเป็นไม้เนื้ออ่อน เราสามารถจำแนกผักออกได้ตามส่วนที่นำมาใช้ในการบริโภคดังนี้

1. ราก รากพืชที่เรานำมาบริโภคเป็นผัก  เช่น  หัวแครอท มันแกว รากกระชาย มันเทศ มันสำปะหลัง แรดิช หัวปีท
 
2. ลำต้น ลำต้นที่เรานำมาบริโภคเป็นผัก มีทั้งลำต้นใต้ดินและเหนือดิน  ได้แก่  หน่อไม้  กะหล่ำปลี ผักกาดหอมชนิดต้น   มันฝรั่ง  เผือก  ฯลฯ
 
3. ใบ ใบ พืชที่เรานำมาบริโภคเป็นผักมีมากมายหลายชนิด ได้แด่ ผักกาด คะน้า กะหล่าปลี ผักหวาน ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ยอดชะอม ยอดกระถิน สะระแน่ โหรพา ใบชะพลู และอีกหลายๆชนิด ในแต่ละภาค  แต่ละท้องถิ่นก็มีแตกต่างกันไป
 
4. ดอก ดอกที่เรานำมาบริโภคเป็นผัก ได้แก่ ดอกโสน ดอกกะหล่ำ ฯลฯ
 
5. ผล ผลที่นำมาบริโภคเป็นผักก็มีหลายชนิด ได้แก่ แตงกวา ถั่วพู ถั่วฝักยาว ถั่วแขก ถั่วลันเตา ฟัก    บวบ แตงโมอ่อน กระเจี้ยบ ข้าวโพดฝักอ่อน มะเขือเปราะ มะเขือพวง มะเขือเทศ แตงโม ฟักทอง พริก ฯลฯ

พืชและผักที่คนไทยเรานำมาใช้ทำเป็นอาหารประจำกันทุกวัน เป็น แหล่งอาหารที่ให้แร่ธาตุ วิตามินที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์จากข้อมูลวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ 

ผักทุกชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักใบเขียว สีเขียวในผักประกอบไปด้วยคลอโรฟิลล์ เบต้าแคโรทีนและวิตามินอีซึ่งมีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ช่วยบำรุงสมองและความจำ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ควบคุมสมดุลของระดับแคลเซียม กากใยอาหารสูงยังช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ ไม่เป็นโรคท้องผูก อึดอัดท้อง




คุณประโยชจากผักต่างๆ

     


สะเดา  (Neem  tree)
มีเบต้าแคโรทีนสูง   บำรุงสายตา   เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับ


ผักกาดขาว (Chinese white cabbage)

ช่วยระบบย่อยอาหาร  ขับปัสสาวะ  แก้ไอ  มีโฟเลทสูง บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ


ต้นหอม  (Shallot)

มีน้ำมันหอมระเหย  บรรเทาอาการหวัด  มีสารฟลาโวนอยด์ต้านมะเร็ง


แครอท (Carrot)


เบต้าแคโรทีนป้องกันโรคมะเร็ง  มีแคลเซียม  แพคเตท  ลดระดับ คลอเลสเตอรอลได้

หอมหัวใหญ่ (Onion)

มีสารฟลาโวนอยด์  ช่วยลดอาการของโรคหัวใจ  ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

คะน้า (Chinese kale)

 มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง  ป้องกันโรคกระดูกพรุน และมะเร็ง

พริก (Chilli)

 มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด  ช่วยให้เจริญอาหาร  ขับเหงื่อ


กระเจี๊ยบเขียว (Okra)

ลดความดันโลหิต  บำรุงสมอง  ลดอาการกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ


ผักกระเฉด(Water mimosa)

ดับพิษไข้  กากใยช่วยระบบขับของเสีย  เพิ่มการเผาผลาญสารอาหาร


 ตำลึง (Ivy  gourd)


มีวิตามินเอสูง  ดีต่อดวงตา  เส้นใยจับไนเตรต  ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร


มะระ (Chinese bitter cucumber)

มีแคลเซียม  ฟอสฟอรัส  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  น้ำคั้นลดระดับน้ำตาลในเลือด


ผักบุ้ง (Water  spinach)

บรรเทาอาการร้อนใน  มีวิตามินเอบำรุงสายตา  ธาตุเหล็กบำรุงเลือด


ขึ้นฉ่าย (Celery)


กลิ่นหอม  ช่วยเจริญอาหาร  มีวิตามินเอ  บี  และซี  บำรุงสมอง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

เห็ด (Mushroom)

แคลอรีน้อย  ไขมันต่ำ  มีวิตามินดีสูง  ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม เสริมกระดูกและฟัน

บัวบก (Indian  pennywort)

มีวิตามินบีสูง  ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย  บำรุงสมองและความจำ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ


สะระแหน่ (Kitchen mint)

กลิ่นหอมเย็นของใบให้ความสดชื่น  ทำให้ความคิดแจ่มใส  แก้ปวดหัว



ชะพลู (Cha-plu)


รสชาติเผ็ดเล็กน้อย  แก้จุกเสียด  ขับเสมหะ  มีแคลเซียมสูง


ชะอม (Cha-om)


ช่วยลดความร้อนในร่างกาย  ขับลมในลำไส้  มีเส้นใยคอยจับ อนุมูลอิสระ

หัวปลี (Banana  flower)

รสฝาด  แก้ร้อนใน  กระหายน้ำ และบำรุงน้ำนม  มีกากใย  โปรตีน และวิตามินซีสูง

กระเทียม (Garlic)

ลดไขมันในเลือด  ป้องกันหัวใจขาดเลือด ใบกระเทียมมีโฟเลท เหล็ก วิตามินซีสูง

โหระพา (Sweet  basil)

น้ำมันหอมระเหยทำให้โล่งจมูก  ช่วยระบายลม  มีเบต้าแคโรทีน  แคลเซียม

ขิง (Ginger)

บรรเทาอาการหวัดเย็น  ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อน  แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ

ข่า (Galangal)

น้ำมันหอมระเหย  ช่วยระบบย่อยอาหารขับลม  มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 


กระชาย (Wild ginger)

บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ  บำรุงธาตุ  มีวิตามินเอและแคลเซียม



ถั่วพู (Winged bean)



ให้คุณค่าทางอาหารสูง  มีโปรตีน  แคลเซียม  ฟอสฟอรัส  และสาร  ช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว


ดอกขจร (Cowslip  creeper)


กระตุ้นให้รู้รสอาหาร  ให้พลังงานสูง  ประกอบด้วย  คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน  ไขมัน


ถั่วฝักยาว (Long bean)


มีเส้นใย  ช่วยลดคอเลสเตอรอล  มีวิตามินซี  ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก  บำรุงเลือด


มะเขือเทศ (Tomato)


มีวิตามินเอสูง  วิตามินซี  รสเปรี้ยว  ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย  และแก้อาการคอแห้ง


กะหล่ำปลี (White cabbage)

มีกลูโคซิโนเลท  เมื่อแตกตัวจะเป็นสารต้านมะเร็ง  และมีวิตามินซีสูง



มะเขือพวง (Plate brush eggplant)


ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยลดความดันเลือด  มีแคลเซียม  และฟอสฟอรัส


 ผักชี (Chinese  paraley)


ขับลม  บำรุงธาตุ  ช่วยย่อยอาหาร  มีน้ำมันหอมระเหย  แก้หวัด  มีวิตามินเอและซีสูง


กุยช่าย (Flowering chives)

มีกากใยช่วยระบายของเสีย  มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง


ผักกาดหัว (Chinese radish)


แก้ไอ  ขับเสมหะ  เพิ่มภูมิต้านทางโรค  มีสารช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้บีบตัวได้ดี

กะเพรา (Holy basil)

แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง  มีเบต้าแคโรทีนสูง  ป้องกันโรคมะเร็ง  และโรคหัวใจขาดเลือดได้


แมงลัก (Hairy  basil)

ช่วยย่อยอาหาร  ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน  ขับลม  ขับเหงื่อ


ดอกแค (Sesbania)


กินแก้ไขช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  มีวิตามินเอสูง  บำรุงสายตา


การเก็บรักษาผัก



การเก็บเกี่ยวผักควรเก็บในเวลาเช้าจะทำให้ ได้ผักสดรสดี และหากยังไม่ได้ใช้ให้ล้างให้สะอาด และนำเก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับผักประเภทผลควรเก็บในขณะที่ผลไม่แก่จัดจะได้ผลที่มีรสดีและจะทำให้ผล ดก หากปล่อยให้ผลแก่คาต้น ต่อไปจะออกผลน้อยลง สำหรับในผักใบหลายชนิด เช่น หอมแบ่ง ผักบุ้งจีน คะน้า กะหล่ำปี การแบ่งเก็บผักที่สดอ่อนหรือโตได้ขนาดแล้ว โดยยังคงเหลือลำต้นและรากไว้ไม่ถอนออกทั้งต้น รากหรือต้นที่เหลืออยู่จะสามารถงอกงาม ให้ผลได้อีกหลายครั้ง ทั้งนี้จะต้องมีการดูแลรักษาให้น้ำและปุ๋ยอยู่ การปลูกพืชหมุนเวียนสลับชนิดหรือปลูผักหลายชนิดในแปลงเดียวกัน และปลูกผักที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้นบ้างยาวบ้างคละกันในแปลงเดียวกัน หรือปลูกผักชนิดเดียวกันแต่ทยอยปลูกครั้งละ 3-5 ต้น หรือประมาณว่าพอรับประทานได้ในครอบครัวในแต่ละครั้งที่เก็บเกี่ยว ก็จะทำให้ผู้ปลูกมีผักสดเก็บรับประทานได้ทุกวันตลอดปี